Journey @ Nan 9-12 September 2010

ชวนไปหลงเสน่ห์ในศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิตเรียบง่ายของผู้คนเมืองน่าน และธรรมชาติเขียวขจีภายในหุบเขา
สุดปลายฟ้า…ล้านนาตะวันออก
 
 
วันที่หนึ่ง…ออกเดินทางจากเชียงใหม่ตอนสายๆ แวะทำธุระที่ลำพูน…
แวะตามทางเรื่อยมา….ทั้งลำปาง…แพร่…มืดพอดี…กว่าจะถึงน่าน…ก็เหนื่อยอยู่
มองไม่เห็นวิวอะไรละ แวะกินข้าวที่ร้านอาหารสุริยากาเด้น อยู่ติดแม่น้ำน่านเลย
แต่มองไม่เห็นอะไรละ มืดไปหมด วันนี้ขับรถแบบตามใจ ไม่ตามแผน เลยไม่ได้เก็บรูป ได้มาแต่ อาหารน่าตาน่ากิน รสชาดก็อร่อย
สั่งเหมือนกินกัน สิบคนได้ สุดท้าย กินไม่หมดสักอย่าง
 
เข้าที่พักเลยละกันที่ Nan Boutique Hotel เป็นอาคาร 2 ชั้น มีห้องพักแบบ Standard, Superior และ Deluxe
เรามาเที่ยวหน้าฝนแบบนี้ พัก Deluxe ที่ราคาสบายกระเป๋าได้เลย
ภายในดูอบอุ่นสบายตา ด้วยสีครีมคุมโทน ระเบียงส่วนตัวที่ห้องพักชั้น 2 ครบสิ่งอำนวยความสะดวก
 
วันที่สอง…พร้อมแล้ว แวะตลาด ซื้อของไปทำบุญ
 สักการะพระประธานปางมารวิชัย 4 องค์ หันพระพักต์ออกด้านประตูทั้งสี่ทิศ ภายในอาคารทรงจตุรมุขของวัดภูมินทร์
วัดเก่าแก่อายุกว่า 400 ปี อันเป็นเสมือนสัญลักษณ์เมืองน่าน ซึ่งเคยปรากฏอยู่ในธนบัตรไทย ใบละ 1 บาท ตอนช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
 
ตัวอาคารเป็นทั้งพระอุโบสถ พระวิหาร และพระเจดีย์ประธาน กรมศิลปกรสันนิษฐานว่าเป็นพระอุโบสถจตุรมุขหลังแรกของไทย
 
ผนังทั้งสี่มีภาพจิตรกรรมฝาผนัง หรือ "ฮูปแต้ม" ศิลปกรรมไทลื้อ เขียนขึ้นในช่วงบูรณะวัดครั้งใหญ่เมื่อ พ.ศ. 2410 หรือปลายสมัยรัชกาลที่ 4
มีภาพน่าสนใจหลายภาพ รวมถึง ภาพกระซิบรักบรรลือโลกของ "ปู่ม่าน ย่าม่าน" ซึ่งเป็นคำเรียกผู้ชาย ผู้หญิงชาวไทลื้อในสมัยโบราณ
ได้รับยกย่องว่าเป็นที่สุดของจิตรกรรมฝาผนัง ล้านนา
ภาพกลุ่มหญิง-ชายที่ข่วงนอกเมืองอันสะท้อนถึงสังคมล้านนา การแต่งการย และศิลปะการออกแบบลายผ้า
 
นั่งสามล้อ ผ่อเมืองน่านสัมผัสบรรยากาศเมืองเก่า และวิถีชีวิตคนเมืองน่านอย่างใกล้ชิด
โดยมีสารถี รถสามล้อถีบ เป็นผู้นำทาง และมัคคุเทศก์ท้องถิ่นไปในตัว อาทิ
วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร วัดมิ่งเมือง วัดศรีพันต้น ลืมไม่ได้เลยคือ ของฝากถึงคนไกล
 
โปสการ์ด….อยากส่งไปให้ แต่ไม่รู้จะส่งไปถึงมั้ย
 
ตกเย็น แวะกินข้าวที่ร้าน เฮือนเจ้านาง ริมแม่น้ำน่านฝั่งตะวันออก (ฝั่งอำเภอ ภูเพียง)
บรรยากาศพื้นเมืองกึ่งบาหลีริมแม่น้ำน่าน  มาตอนแสงอาทิตย์ใกล้ลับฟ้า ยิ่งได้บรรยากาศสุดๆ คิดถึง…สุดๆเหมือนกัน
 
ว่าจะไปแวะกินบัวลอยไข่หวานป้านิ่ม น่านนิรันดร์ แต่กินไม่ไหวแล้ว….
 
วันที่สาม….แวะตลาด แล้วก็ไปวัดสวนตาล แวะสนทนาธรรมกับหลวงพ่อ…รู้สึกรักเมืองน่านขึ้นอีกเป็นกอง…
มุ่งหน้าขึ้นเขา ไปยังอำเภอบ่อเกลือ ห่างจากตัวเมืองน่านเกือบ 100 กิโล
ระหว่างทางผ่านอุทยานแห่งชาติดอยภูคา เต็มตากับความงานตามธรรมชาติอันเขียวขจีสองข้างทาง
นาคั่นบันได ทิวทัศน์ เทือกเขาสูง สลับซับซ้อน สดชื่นกับอากาศบริสุทธิ์ ที่ความสูง 1,684 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล
แวะชมต้นชมพูภูคา พันธุ์ไม้หายาก ใกล้สูญพันธุ์ชนิดหนึ่งของโลก 
เลย อ.ช.ดอยภูคาไปอีกหน่อย ก็ถึงอำเภอบ่อเกลือ แหล่งผลิตเกลือสินเธาว์แห่งเดียวในภาคเหนือ มีความสำคัญมาแต่โบราณกว่า 560 ปี
แวะเข้าที่พัก ที่บ่อเกลือวิวรีสอร์ท กินไก่ทอดมะแขว่นแสนอร่อย เมนูเด็ดของที่นี่
 
วันที่สี่….ตื่นเช้า มาละเมียด ละไม กับหมอกยามเช้า สูดโอโซนให้เต็มปอด
คิดถึงคนไกลให้สุดหัวใจ….ยิ้มได้แล้ว ออกเดินทางต่อ
ก็มัวแต่ละเมียด กับวิวสองข้างทาง จนเที่ยงแล้ว ยังไม่ถึงตัวเมืองน่านเลย
 
จะกลับมากินข้าวเย็นที่เชียงใหม่ เหยียบทีเดียว จากน่านถึงเชียงใหม่ สามชั่วโมงครึ่ง
เหยียบเฟียสต้า 170-180  ยังสบายๆ ไม่มีสั่นสะเทือน
เครื่องสองพัน นี่มันแรงได้ใจจิงๆ
 
ทริปหน้าต้องกลับไปน่านอีก จะเอาเฟียสต้าไปเหมือนเดิม รถมันแรงเหมือนคนขับอ่ะ….อิอิอิ
About these ads

About Kawintara

Let's move forwards
This entry was posted in Travel. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s